พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ วัดโพรงจระเข้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สืบทอดพระพุทธศาสนา
นำทางสู่การพ้นทุกข์

 

ขุททกนิกายภาค ๑

เอกนิบาต

๕.อัตถกามวรรค

เวฬุกชาดก

ว่าด้วยคนที่นอนตาย

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้

มีเรื่องย่อ ๆ ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ จริงหรือ ที่ว่าเธอเป็นผู้ว่ายาก เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า ก็ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุมิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่เธอเป็นคนว่ายาก แม้ในกาลก่อน เธอก็เป็นคนว่ายากเหมือนกัน เพราะความที่เป็นคนว่ายากนั่นแหละ จึงไม่กระทำตามถ้อยคำ ของบัณฑิตทั้งหลาย แล้วถูกงูกัดตาย ดังนี้แล้ว ทรงนำเอา เรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติ ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลที่มีสมบัติมาก ในแคว้นกาสี ครั้นถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้ว ก็เล็งเห็นโทษในกามคุณ และอานิสงส์ในการออกบวช จึงละกามทั้งหลายแล้วเข้าป่าหิมพานต์ บวชเป็นฤๅษี บำเพ็ญกสิณบริกรรม ทำอภิญญา ๕ และสมาบัติ ๘ ให้เกิดแล้ว ยับยั้งอยู่ด้วยความสุขอันเกิดแต่ฌาน

ในกาลต่อมา มีบริวารมาก มีดาบส ๕๐๐ แวดล้อม เป็นศาสดาของหมู่อยู่แล้ว ครั้งนั้นมีลูกอสรพิษตัวหนึ่ง เที่ยวเลื้อยไปตามธรรมดาของตน จนถึงอาศรมบทของดาบสรูปหนึ่ง ดาบสเห็นแล้วเกิดความรักมันเหมือนบุตร จึงจับมันเลี้ยงไว้ให้นอนในกระบอกไม้ไผ่ปล้องหนึ่ง เพราะเหตุที่มันนอนในกระบอกไม้ไผ่ ดาบสทั้งหลายจึงให้ชื่อมันว่า "เวฬุกะ" และเพราะเหตุที่ดาบสนั้นเลี้ยงดูมันด้วยความรัก เหมือนมันเป็นบุตร ดาบสทั้งหลายจึงให้ชื่อว่า "เวฬุกบิดา"

ครั้งนั้นพระโพธิสัตว์ได้ยินข่าวว่า ดาบสคนหนึ่งเลี้ยงอสรพิษ จึงเรียกมาถามว่า ข่าวว่า คุณเลี้ยงอสรพิษจริงหรือ ? เมื่อดาบส นั้นตอบว่า "จริง" ก็กล่าวเตือนว่า ขึ้นชื่อว่าอสรพิษ วางใจไม่ได้ เลย คุณอย่าเลี้ยงมันนะ ดาบสตอบว่า ข้าแต่อาจารย์ มันเหมือนลูกของผม ผมไม่อาจพรากมันได้ พระโพธิสัตว์เตือนซ้ำว่า ถ้าเช่น นั้น ท่านจักต้องถึงตาย เพราะใกล้ชิดมันแน่นอน ดาบสนั้นไม่เชื่อถือถ้อยคำของพระโพธิสัตว์ และไม่อาจปล่อยอสรพิษ

ต่อจากนั้น ล่วงมา ๒ - ๓ วันเท่านั้น ดาบสทั้งหมดพากันไปหาผลาผล ครั้นถึงที่แล้วก็เห็นว่า ผลาผลหาได้ง่าย เลยพักอยู่ในที่นั้นเอง ๒ - ๓ วัน แม้ดาบสเวฬุกบิดา เมื่อไปกับหมู่ดาบสนั้น ก็ให้อสรพิษนอนในปล้องไม้ ปิดไว้แล้วจึงไป ล่วงไป ๒ - ๓ วัน จึงกลับมาพร้อมกับหมู่ดาบส คิดว่า เราจะให้อาหารแก่เวฬุกะ เปิดกระบอกไม้ไผ่ แล้วพูดว่า มาเถิดลูก เจ้าหิวละซี พลางสอดมือเข้าไป อสรพิษโกรธ เพราะอดอาหารมาตั้ง ๒ - ๓ วัน จึงฉกมือที่สอดเข้าไป ทำให้ดาบสถึงสิ้นชีวิตอยู่ตรงนั้นเอง แล้วก็เลื้อยเข้าป่าไป ดาบสทั้งหลายเห็นดังนั้น ก็บอกแก่พระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์สั่งให้ทำสรีรกิจของดาบสผู้เสียชีวิต แล้วนั่งท่ามกลางหมู่ฤๅษี กล่าว คาถานี้สอนหมู่ฤๅษี ความว่า :

ก็บุคคลใดไม่เชื่อคำสอนของฤๅษีทั้งหลาย บุคคลนั้นย่อมถึงความ พินาศใหญ่หลวง ถูกพิบัติกำจัดนอนตาย เหมือนดาบสผู้นี้ ถูก กำจัดให้ถึงความเปื่อยเน่า นอนตายคาปากอสรพิษ ฉะนั้น.

พระโพธิสัตว์กล่าวสอนหมู่ฤๅษีอย่างนี้แล้ว อบรมพรหมวิหาร ๔ ให้เจริญแล้ว เมื่อสิ้นอายุ ก็ไปอุบัติในพรหมโลก.

แม้พระบรมศาสดาก็ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่เธอเป็นผู้ว่ายาก แม้ในกาลก่อนเธอก็เป็นผู้ว่ายากเหมือนกัน และเพราะความเป็นผู้ว่ายาก จึงต้องถึงความเน่าเปื่อย เพราะปากอสรพิษเป็นเหตุ ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า

ดาบสเวฬุกบิดาในกาลนั้น เป็นภิกษุว่ายากในบัดนี้

บริษัทที่เหลือ คือพุทธบริษัท

ศาสดาของคณะ ฤๅษี คือเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบเวฬุกชาดก

อรรถกถาชาดกพระเจ้า 547 พระชาติ

อานิสงส์การทำบุญ
หนังสือธรรม
  1. วันสำคัญทางพุทธศาสนา
  2. กิจกรรมงานบุญ

เชิญร่วมบุญ

ribbon top right